Equation Life by Improvised Heart
"แบบทดสอบ..สู่ความสำเร็จ"

แบบทดสอบที่เข้ามาในชีวิตทำให้เราได้เรียนรู้ตัวตนของเราเอง ทำให้เราเข้าใจตัวเองได้ทุกวัน ชีวิตต้องเดินต่อไปทุกวัน เจอแบบทดสอบทุกวัน เราได้เรียนรู้และเติบโตได้ทุกวันอย่างค่อยเป็นค่อยไป

แบบทดสอบที่เข้ามา ทดสอบความต้องการที่มี และทดสอบความมุ่งมั่นตั้งใจของเรา เพื่อให้เราได้รับในสิ่งที่ต้องการ

"ชีวิตยิ่งต้องการมากเท่าไร แบบทดสอบก็จะยิ่งมากและท้าทายขึ้นเท่านั้น"

..หากเราเชื่อในความสามารถ..
..ไม่มีอะไรเกินความสามารถของเรา..

..หากเราเชื่อในความสามารถ..
.. “หยุดเปรียบเทียบกับคนอื่น” แล้วเดินหน้าต่อในเส้นทางชีวิตของเรา..

..เพราะความสำเร็จอยู่ที่ตัวเรา..ไม่ใช่คนอื่น..

..ต้นทุนของแต่ละชีวิตแตกต่างกัน..จึงสำเร็จไม่เหมือนกัน..

.
.
.

..ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้..โดยเริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ..

..เขียนหนังสือ ปั่นจักรยาน ช่วยเหลือผู้คน ได้ไปในที่ๆ ไม่เคยไป แก้ไขปัญหาเรื่องต่างๆ ได้ เรียนจบ อ่านหนังสือจบเล่ม ได้งานทำ มีเงินเก็บเป็นของตัวเองอย่างที่ตั้งใจ ได้ไปเที่ยวในที่ๆ เราอยากไป มีความสุข เป็นที่รักของผู้คน..

ฯลฯ

..ให้ความสำคัญกับความสำเร็จในชีวิตของเราเอง..
..แล้วความสำเร็จจะค่อยๆ ขยายตัวเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่..

..ดื่มด่ำกับความสำเร็จในวันนี้..แล้วชีวิตจะสำเร็จไม่หยุด..
..เพราะว่าเรารู้แล้วว่าชีวิตที่ประสบความสำเร็จนั้นทำให้เรารู้สึกอย่างไร..

..เราสามารถดื่มด่ำกับความสำเร็จได้ในทุกช่วงเวลาของชีวิต..จากความสำเร็จในเรื่องเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้..ยิ้มรับความสำเร็จนั้น..ฉลองความสำเร็จให้กับตัวเองเพื่อให้ชีวิตจดจำความรู้สึกนี้ไว้ เมื่อเราประทับความรู้สึกสำเร็จไว้ในใจของเราว่าเป็นความรู้สึกดี จะทำให้ชีวิตของเรามีพลัง มีกำลังในการสร้างความสำเร็จ..แล้วชีวิตของเราจะประสบความสำเร็จได้ไม่หยุด..

..ชีวิตเลือกได้..เพียงแค่เราตัดสินใจ..

วันนี้ได้เรียนรู้ว่า..

"การดูแลรักษาใจของเราเอง เป็นสิ่่งสำคัญมากที่จะทำให้ชีวิตของเรามีพลังเสมอ" ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากสิ่งที่เราทำลงไปนั้น เรามั่นใจว่าเราทำถูกต้องแล้ว เราต้องบอกกับตัวเองเสมอว่า “เราไม่ได้ทำอะไรผิด”

อย่าคาดหวังว่าทุกการได้รับของเรานั้นจะออกมาในรูปแบบที่ดีทุกครั้ง
มันอาจจะดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ก็ไม่เป็นไร เพราะเพียงแค่เราส่งออกไปแต่สิ่งดีๆ มันก็หมดหน้าที่ของเราแล้ว

.. ” ‘เราไม่ได้ทำอะไรผิด’ กับการส่งความรู้สึกดีๆ ด้วยเจตนาดี และความรักในใจที่เรามี” ..
.. “หน้าที่ของเราก็คือ ‘ทำดีต่อไป’ ” ..

"ความอิจฉาริษยา" เป็นตัวขัดขวางไม่ให้เราสมหวังในสิ่งที่ต้องการ
ทันทีที่เราอิจฉา ใจของเราจะร้อนรน ความรู้สึกอิจฉานี่แหละจะทำให้เราอยู่ห่างไกลจากสิ่งที่เราต้องการมากขึ้น

..เพราะความอิจฉา.. เกิดจากที่เราไม่เชื่อในศักยภาพของตัวเอง ดูถูกตัวเองอยู่เสมอ..

เราสามารถทำลาย “ตัวขัดขวาง” นี้ได้โดย..

1. เลิกอิจฉา
2. ชื่นชมยินดีกับความสำเร็จ การได้มาของคนอื่น
3. มีความเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อในศักยภาพของตัวเอง
4. เชื่อในความเป็นไปได้อย่างไม่สงสัย
5. พอใจในสิ่งที่เรามี ยินดีในสิ่งที่เราได้
6. มีความหวังอยู่เสมอว่าเราสามารถมีได้เช่นกัน แต่ไม่ใช่ตอนนี้
7. เลิกเปรียบเทียบ
8. เข้าใจว่าทุกคนมีต้นทุนชีวิตแตกต่างกัน เขาสร้างเหตุขึ้นมาก่อน เขาจึงได้สิ่งนั้น หากเราอยากได้เหมือนอย่างเขา เราต้องสร้างเหตุปัจจัยที่สอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการ “ด้วยตัวของเราเอง”

** สร้างเหตุที่ดีไปเรื่อยๆ แล้วรอคอยผล รอดูความมหัศจรรย์ที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา **

"ฝุ่นใต้พรม"

ถ้าเราไม่ยอมรับว่าในห้องมีฝุ่นซ่อนอยู่ใต้พรม ฝุ่นจะยังคงอยู่ในห้องอย่างนั้นตลอดไป และเป็นไปได้ว่าฝุ่นนั้นจะมีมากขึ้น และมันเข้ามาทำร้ายเราได้ในภายหลัง

แต่ถ้าเรายอมรับว่าเรามีฝุ่นที่ซ่อนอยู่ใต้พรม แล้วรีบทำความสะอาดด้วยวิธีการใดก็ได้ ฝุ่นนั้นจะค่อยๆ หายไปจากห้องของเรา เมื่อมีฝุ่นเข้ามาใหม่ เราจะมีวิธีการจัดการกับฝุ่นนั้นได้เร็วขึ้น ห้องของเราสะอาดขึ้น

เราแค่อยากสื่อความหมายว่า

"ถ้าเราพยายามทำให้ตัวเองดูดี แต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองมีข้อเสีย / มีปมด้อย
ข้อเสีย / ปมด้อยจะยังคงอยู่กับเราตลอด และเป็นไปได้ว่าข้อเสีย / ปมด้อยนั้น
จะมีมากขึ้น ส่งผลให้เราทำแต่สิ่งไม่ดีซ้ำๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว ทำให้ชีวิตของเราไม่มีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เท่ากับเรายอมจำนนต่อความเคยชินเดิมๆ โดยไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเองให้ดีขึ้น เราจะไม่มีความสุขในชีวิตเลย

แต่ถ้าเรายอมรับว่าเรามีข้อเสีย / ปมด้อย ยอมรับว่าตัวเองมีข้อดีและข้อเสียอะไร รู้ว่าชีวิตของตัวเองเป็นอย่างไร พอใจกับชีวิตของตัวเองตอนนี้หรือไม่ หากไม่พอใจกับชีวิตตัวเองในตอนนี้ รีบแก้ไข เปลี่ยนแปลงความคิด ความเชื่อ การกระทำของเราเสีย เมื่อรู้ข้อเสียของตัวเองมากขึ้น เราจะมีวิธีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงและจัดการข้อเสียของเราได้เร็วขึ้น ชีวิตของเราจะมีความสุขมากขึ้น”

..ไม่ว่าผู้คนจะมองเราอย่างไร ไม่สำคัญเท่ากับ “เรามองตัวเราเองอย่างไร”..

..ชีวิตจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ..
..อย่าปล่อยให้มีเรื่องเสียใจเข้ามาในชีวิตมากกว่านี้เลย..

..ตัดสินใจทำสิ่งดีๆ ด้วย “สติ” ..
..ตัดสินใจทำสิ่งไม่ดีด้วย “ความเคยชิน” ..
"เราจะเคารพตัวเองได้อย่างไร?"

เคารพตัวเอง หมายถึง ชอบตัวเอง เป็นการเชื่อมั่นในตนเองและในสิ่งที่ทำ
ความรู้สึกว่าตัวเป็นส่วนหนึ่งของสังคม (จาก Multi Cultural Communication) 

จากความหมาย ทำให้เห็นได้ว่าคนที่ไม่เคารพตัวเองนั้นมีลักษณะดังนี้

1. คิดว่าตัวเองเป็นส่วนเกินของสังคม กลุ่ม พวกพ้อง ประเทศ
2. คิดว่าตัวเองไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
3. ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง

แนวทางแก้ไข

1. มีความมั่นใจในตัวเอง
2. สร้างเหตุที่ดีต่อเนื่อง เพื่อให้เราชอบตัวเองให้มากๆ
3. พบเจอผู้คนเท่าที่สามารถทำได้ เพื่อลดความรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินในสังคม
4. ลดความโลกส่วนตัวสูง จะได้ไม่รู้สึกเดียวดาย

ทันทีที่เห็นปัญหาของตัวเอง ต้องยอมรับปัญหานั้น แล้วกลับเข้าไปแก้ไขมันด้วยความพยายาม กัดไม่ปล่อย และไม่ยอมแพ้ 

ถ้าเราไม่ยอมรับว่าชีวิตของเรามีปัญหา และไม่ยอมรับว่านี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา
เราก็จะอยู่กับปัญหาต่อไป แล้วชีวิตจะห่างไกลจากความสำเร็จมากขึ้น

คนดี เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนดียิ่งขึ้น 
คนไม่ดี เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนดี
แต่คนที่อยากให้คนอื่นมองว่าตัวเองดูดีอยู่ตลอดเวลา เขาจะกลบสิ่งไม่ดีไว้ เหมือนเอาฝุ่นซ่อนไว้ใต้พรม เพราะเขาคิดแต่อยากเปลี่ยนแปลงคนอื่น แต่ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอ

"ทำตัวให้สมกับการเป็น ..(อาชีพ).. หน่อย"

วิชาชีพเป็นตัวกำหนดลักษณะนิสัยของเรา หรือลักษณะนิสัยของเราเป็นตัวกำหนดวิชาชีพ?

เรามองว่าแค่เราเป็นตัวของตัวเอง มีความรู้ความสามารถ เราสามารถประสบความสำเร็จในวิชาชีพของเราอย่างง่ายดาย แต่ถ้าหากเรากลัวอยู่ตลอดว่าคนอื่นจะมองเราไม่ดี ใส่ใจในคำพูดของคนอื่น เราจะเสียความมั่นใจ และทำให้งานของเราเสียตามไปด้วย เพราะสุขภาพจิตไม่พร้อมสำหรับการทำงาน

ความสำเร็จในงาน ขึ้นอยู่กับการออกแรงทำงาน ใช้สมองและแรงกายทำงานให้มากพอ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทัศนคติ มุมมองที่คนอื่นมีต่อเรา จนเราสูญเสียความมั่นใจและกำลังใจในการทำงาน

ในการทำงาน เราไม่ได้สูญเสียอะไร เพราะเราได้คุณค่า ได้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้
ได้เพื่อนร่วมงาน ได้มีความทรงจำดีๆ ต่อกัน ฯลฯ

"อย่ากังวลกับสเป็กที่คนอื่นกำหนดให้ ว่าทำงานในอาชีพนี้ เราควรจะเป็นคนอย่างไร"


"เป็นตัวของตัวเองให้ได้ก่อน แล้วชีวิตทุกย่างก้าวของเราจะมีความสุข"

"ดอกไม้กับยอดหญ้า"

..ดอกไม้..อาจพริ้วไหวไปตามแรงลม แต่ยังคงฝังรากลึกลงไปในผืนดิน คงความสวยงามให้ผู้คนได้ชื่นชม 

ดอกไม้งามทนต่อแสงแดด ทานต่อสายฝนหลายฤดู เพราะเชื่อเสมอว่าหลังจากนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น 

..ดอกไม้งามไม่เคยสนใจกับสายลม แสงแดด และสายฝนที่ผ่านเข้ามา..เพราะเชื่อว่าตนจะสามารถผ่านไปได้เหมือนทุกครั้ง..

..ยอดหญ้า..ผู้คนมากมายมักเหยียบย่ำเพื่อไปสู่เส้นทางชีวิตของตน..แต่สุดท้ายหญ้านั้นยังคงความสวยงามให้ผู้คนได้รื่นรมย์เสมอ เพราะอยากให้ผู้คนมีความสุขกับความเขียวขจีของตัวเอง

..ยอดหญ้า..ไม่เคยสนใจผู้คนเหยียบย่ำ เพราะเชื่อว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” และยังเชื่อมั่นว่าตัวเองยังมีคุณค่าต่อโลกใบนี้เสมอ..

..ตราบที่ดอกไม้ยังคงให้อภัยแสงแดด แรงลม สายฝน..ดอกไม้ยังคงความสวยงามไว้เสมอ..
..ตราบที่ยอดหญ้ายังคงให้อภัยผู้คนที่เหยียบย่ำพวกเขา..ยอดหญ้ายังคงความสวยงามไว้เสมอ..

..ตราบที่มนุษย์เข้าใจและให้อภัยทุกสิ่งที่เกิดขึ้น จิตใจของเราจะเบาสบายและมีความสุขแค่ไหน..

..เหตุการณ์ภายนอก..เดี๋ยวมันก็ผ่านไป..

..ขอเพียง.. อย่าให้สิ่งเร้าภายนอกมากระทบกระเทือนโลกภายในของเราก็พอ..

"ดอกไม้กับยอดหญ้า"

..ดอกไม้..อาจพริ้วไหวไปตามแรงลม แต่ยังคงฝังรากลึกลงไปในผืนดิน คงความสวยงามให้ผู้คนได้ชื่นชม 

ดอกไม้งามทนต่อแสงแดด ทานต่อสายฝนหลายฤดู เพราะเชื่อเสมอว่าหลังจากนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น 

..ดอกไม้งามไม่เคยสนใจกับสายลม แสงแดด และสายฝนที่ผ่านเข้ามา..เพราะเชื่อว่าตนจะสามารถผ่านไปได้เหมือนทุกครั้ง..

..ยอดหญ้า..ผู้คนมากมายมักเหยียบย่ำเพื่อไปสู่เส้นทางชีวิตของตน..แต่สุดท้ายหญ้านั้นยังคงความสวยงามให้ผู้คนได้รื่นรมย์เสมอ เพราะอยากให้ผู้คนมีความสุขกับความเขียวขจีของตัวเอง

..ยอดหญ้า..ไม่เคยสนใจผู้คนเหยียบย่ำ เพราะเชื่อว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” และยังเชื่อมั่นว่าตัวเองยังมีคุณค่าต่อโลกใบนี้เสมอ..

..ตราบที่ดอกไม้ยังคงให้อภัยแสงแดด แรงลม สายฝน..ดอกไม้ยังคงความสวยงามไว้เสมอ..

..ตราบที่ยอดหญ้ายังคงให้อภัยผู้คนที่เหยียบย่ำพวกเขา..ยอดหญ้ายังคงความสวยงามไว้เสมอ..

..ตราบที่มนุษย์เข้าใจและให้อภัยทุกสิ่งที่เกิดขึ้น จิตใจของเราจะเบาสบายและมีความสุขแค่ไหน..

..เหตุการณ์ภายนอก..เดี๋ยวมันก็ผ่านไป..

..ขอเพียง.. อย่าให้สิ่งเร้าภายนอกมากระทบกระเทือนโลกภายในของเราก็พอ..

"ชีวิต (ไม่ได้) เลือกเอง (?)"

มีหลายสิ่งนำพา ทำให้ชีวิตของเราเป็นแบบนี้ มีชีวิตแบบนี้ และเป็นคนแบบนี้

บางครั้ง การเลือกวิถีชีวิตของตัวเองเกิดจากความต้องการในชีวิต แรงบันดาลใจ ความรัก
บางครั้ง การเลือกวิถีชีวิตของตัวเองเกิดจากความจำเป็นในชีวิต สถานการณ์นำพาไป
บางครั้ง การเลือกวิถีชีวิตของตัวเองเกิดจากความรู้สึก ความคิด ทัศนคติที่เรามีต่อสิ่งนั้นในอดีต

หากเราทำตามความฝัน ความต้องการ แรงบันดาลใจ และความรัก จึงจะมีความสุขในชีวิต
หากเราทำตามความจำเป็นในชีวิต สถานการณ์นำพาไป เราต้องเห็นคุณค่าของตัวเอง และเห็นคุณค่าของงานที่ทำเสียก่อน จึงจะมีความสุขในชีวิต
หากเรารู้สึกมีความรู้สึกไม่ดีต่ออาชีพใด ความรู้สึกไม่ดีจะนำพาให้เราได้ทำงานในอาชีพนั้น ”ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ” โบราณว่าไว้

หากเราทำงานด้วยความรู้สึกไม่ดี มีความรู้สึกหนักอยู่ภายในใจ ไม่เห็นคุณค่าของงานที่ทำ ผลงานจะออกมาไม่ดี เพราะเขาจะทำให้มันเสร็จๆ ไป เขาจะมีความสุขก็ต่อเมื่องานเสร็จและได้หยุดงานเท่านั้น ความสุขจะอยู่กับเขาไม่นาน

หากเราทำงานด้วยความรู้สึกดีๆ แม้ว่าจะงานเยอะ เขาจะวางแผนงานตลอดเวลาว่างานไหนควรทำก่อนหลัง และจะให้งานออกมาในรูปแบบใด จิตใจของเขาจะเบาสบาย ผลงานออกมาดี เพราะเขาไม่รู้สึกหนักกับงาน เขาจะทำงานตามหน้าที่ โดยใช้ความรักเป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จอย่างมาก

หากชีวิตของเราถูกนำพาให้ทำงานในอาชีพที่เกิดจากความรู้สึกเกลียดในอดีต เราสามารถเปลี่ยนแปลงความเกลียดให้เป็นความรักได้ โดยการเปลี่ยนความคิดของเราเอง จากการเห็นสิ่งที่เป็นปัญหา ทั้งผู้คน สถานการณ์เป็นการมองเห็นคุณค่าในงานที่ทำ ทำงานของเราด้วยความรัก ความเอาใจใส่ในงาน

อย่าเปรียบเทียบอาชีพของคนอื่นที่มีเงินเดือนสูงกว่า ตำแหน่งใหญ่กว่า จนลืมภูมิใจในอาชีพของตัวเอง วิถีชีวิตของตัวเอง และลืมทำสิ่งดีๆ ไว้ให้เกิดความรู้สึกว่าชอบตัวเอง เพราะงานแต่ละอย่างมีคุณค่าแตกต่างกันออกไป

อย่าทำงานเพื่อเงิน แต่ควรทำงานเพื่อความสุขภายในใจ เพื่อส่งผลให้เราชอบตัวเอง มีแรงบันดาลใจทำในสิ่งดีๆ ต่อไป เพื่อให้เรา “หลงใหลในชีวิตของตัวเอง”

..อย่าคิดว่าชีวิตเราไม่ได้เลือก..แต่เราเลือกชีวิตของเราด้วยตัวของเราเองเสมอ..

..เราเลือกชีวิตของเราจากความต้องการ แรงบันดาลใจ ความจำเป็นในชีวิต รวมถึงความคิด ความรู้สึกในอดีตที่ส่งออกไปยังจักรวาลเรียบร้อยแล้วต่างหาก..

..เปลี่ยนทุกงานที่ทำให้เป็นความรัก แล้วจะชีวิตจะได้มีโอกาสทำงานที่เรารักในอนาคต..


ปล.

ความรู้สึกที่เป็นลบทั้งหลายคือตัวปิดกั้นหนทางแห่งความสำเร็จในชีวิตที่เราไม่ได้รับเชิญ แต่มันก็มาทดสอบเราเสมอ จงตอบกลับไปด้วยความรู้สึกที่ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ในตอนนั้น เพื่อให้ความสำเร็จอยู่ใกล้เรามากขึ้น 

"เวลาทีมีอยู่ กับเวลาที่เหลืออยู่ คือเวลาเดียวกัน"

ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่อยู่ที่คนนั้นจะเอาเวลาไปทำอะไร

อยู่กับความสุขในชีวิต อยู่กับความทุกข์ในชีวิต
อยู่กับสิ่งที่มีประโยชน์ อยู่กับสิ่งไร้สาระ
อยู่กับความคิดดีๆ เรื่องราวดีๆ ภาพดีๆ อยู่กับสิ่งตรงกันข้าม
อยู่กับความเป็นไปได้ อยู่กับความคิดที่หลอกตัวเองเสมอว่าเป็นไปไม่ได้
อยู่กับการยอมรับ เคารพในสิ่งที่เป็น อยู่กับการคาดหวังอยากให้มันเป็น
อยู่กับปัญหาที่เจอ อยู่กับปัญญาที่มี
อยู่กับความมั่นใจในตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง อยู่กับสิ่งที่ภายนอกมองตัวเราจนเสียความมั่นใจ
อยู่กับโลกภายในที่สงบ อยู่กับโลกภายนอกที่วุ่นวาย
อยู่กับความรัก การให้อภัย อยู่กับความเกลียดชัง เจ้าคิดเจ้าแค้น

เราสามารถตัดสินใจเลือกชีวิตในปัจจุบันขณะ แล้วค่อยๆ พัฒนาไปทีละขั้น เพื่อความสุขในชีวิต

พัฒนาสิ่งใด ไม่ยิ่งใหญ่เท่าการพัฒนาตัวเอง

"เป็นที่รักของผู้คน"

การเป็นที่รัก เริ่มจากตัวเราเองก่อน เป็นคนดี เป็นคนน่ารักให้ได้ก่อน จึงเป็นที่รัก มีคนคิดถึง ห่วงใย เอาใจใส่ และเป็นที่จดจำของผู้คน

การเป็นที่รัก เริ่มจากตัวเราเองก่อน รักคนอื่นก่อน ดูแล ห่วงใย ใส่ใจคนอื่นก่อน เอาใจเขามาใส่ใจเราก่อน ให้กำลังใจเขาก่อน

การเป็นที่รัก ใช้ใจแลกใจ ใช้ความรักแลกความรัก ไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจเพื่อให้ได้มาซึ่งการเป็นที่รัก

เพราะการเรียกของความสนใจ จะไม่ได้ทั้งหัวใจและความรัก

"เราทุกคนคู่ควรกับความสุข สิ่งที่เป็นประโยชน์กับชีวิต จิตใจ และจิตวิญญาณ สิ่งใดที่ไม่เป็นประโยชน์กับชีวิต หนักสมอง เราจะไม่สนใจ หรือรับรู้แล้วผ่านไป”

"จะมีประโยชน์อะไรหากเรามีความทุกข์ครอบงำจิตใจ มีความสุขเสียยังดีกว่า
จะได้นำความสุขมาช่วยให้ชีวิตของเราพัฒนาในทุกด้าน ความสุขช่วยให้เราเรียนรู้ได้เร็ว พัฒนาความสามารถ ศักยภาพที่มี ความสุขทำให้เรามีความจำดี
มีสติการใช้ชีวิต รู้เท่าทันความคิดและจิตใจของตัวเองได้เร็วกว่าตอนที่มีความทุกข์”

"อย่าได้ตกเป็นทาสของความทุกข์ แต่ขอให้ใช้ความสุขนำทาง"

"ความสุขหนึ่งที่ควรมีคือ ความพอใจ เช่น ความพอใจในสิ่งที่มี ความพอใจในสิ่งที่ได้รับ ความพอใจในรายได้ที่ได้รับ เพราะความสุขจะทำให้เราได้รับสิ่งที่มีมากขึ้น"

"คนมีความสุข กับ คนเสียสติ แตกต่างกัน"
"คนมีความทุกข์ กับ คนเสียสติ แตกต่างกัน" ที่ "สติ"
"สุขอย่างมีสติ ทุกข์อย่างมีสติ จะได้ไม่เสียสติ"

"อยู่กับความสุขให้นาน ออกจากความทุกข์ให้ไว คือการใช้ชีวิตอย่างมีสติ"

ชีวิตอาจไม่ได้มีสิ่งดีๆ เข้ามาตลอด มีสุขบ้าง ทุกข์บ้างปะปนกันไป
แต่ถ้าเราคิดบวกตลอด ชีวิตก็มีความสุขได้ตลอดเวลา แม้ว่าจะเจอสิ่งที่ไม่ดีเข้ามาในชีวิต

อย่ามี “ตำแหน่ง” “อายุ” “สถานภาพ” มากำหนดตัวตนเลยว่าเราจะต้องเป็นคนอย่างไร เช่น บอกว่าเป็นอาจารย์ นักวิชาการจะต้องทำตัวแบบนั้นแบบนี้ เป็นต้น แล้วถ้าเราเปลี่ยนอาชีพไปล่ะ เราไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามบทบาททุกครั้งเลยอย่างนั้นเหรอ?

เพราะการเป็นตัวของตัวเอง จริงใจ เสมอต้นเสมอปลาย จะทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตมากขึ้น เพราะเราไม่ต้องกังวลเรื่องบทบาทใดๆ ไม่ต้องสนใจว่าใครจะมองเราอย่างไร แต่ให้ความสำคัญกับงานของเราแทน ..เขาจ้างเรามาทำงานให้เขา..แต่เราจะไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยนตัวตนของเราเด็ดขาด..

"สิ่งเล็กๆ สำเร็จได้ สิ่งใหญ่ๆ ก็สำเร็จได้เช่นกัน หากเรามีความมุ่งมั่นมากพอ"

"ประตูแห่งความสำเร็จจะเปิดต้อนรับเฉพาะคนที่มีความมุ่งมั่น จริงจัง ขยันอดทน และรักในสิ่งที่ทำอยู่เท่านั้น"